ชุมพร - ผู้ว่าชุมพร สั่ง ฉก.โชคชัย
ตรวจสอบเเละจับกุมผู้ลักลอบตัดปาล์มในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำแภอท่าแซะ
เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ป่าต้นน้ำที่สำคัญจังหวัดชุมพร เนื้อที่ เกือบ 200 ไร่

วันที่ 24
สิงหาคม 2564 เวลา
12.45 น. ภายใต้การอำนวยการของนายธีระ
อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร
ผอ.ทสจ.ชุมพร, รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดชุมพร(ฝ่ายทหาร), นำโดยนายพิทักษ์
พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร/หน.ชุด ฉก.โชคชัย นายทวีป ไทยสวี
ป้องกันจังหวัดชุมพร /รอง หน.ชุด ฉก.โชคชัย
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพรที่ 1 ,ชุด
ปทส.ภ.จว.ชุมพร ,ผู้แทน รอง.ผอ.รมน.จังหวัดชุมพร(ท) ,ปลัดอำเภอท่าแซะ
และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.9 (สามปาก)
ได้ร่วมกันตรวจยึดจับกุมตัวผู้กระทำผิด
9 คน
พร้อมรถยนต์บรรทุกปาล์มน้ำมันจำนวน 2 คัน อุปกรณ์ในการตัดปาล์มน้ำมัน และปาล์มทะลายจำนวน 2,950 กิโลกรัม
คิดค่าเสียหายตามราคาตลาดท้องถิ่นกิโลกรัมละ 6.90 บาท คิดเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น
ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นจำนวนเงิน 20,355 บาท
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ารับร่อและป่าสลุย
บริเวณบ้านเขาพระเจ้า หมู่ที่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ด้วยสืบเนื่องจากจังหวัดชุมพร
ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบตัดปาล์มในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย
ตำบลหงษ์เจริญและตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ
เดิมเป็นพื้นที่สัมปทานปลูกปาล์มของบริษัทวิจิตรภัณท์ ต่อมาสัมปทานได้หมดอายุ
ที่ป่าสงวนแห่งชาติจึงอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ โดยพื้นที่ดังกล่าวได้มีการลักลอบตัดปาล์มไปจำหน่ายมาเป็นเวลานานตั้งแต่หมดสัมปทานมาแล้วกว่า
5-6 ปี และได้มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
แต่ยังไม่มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ทำให้ป่าถูกทำลายแผ้วถางเข้าไปยึดถือครอบครอง และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรจึงได้มอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจโชคชัยเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง
และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง
กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ทสจ.ชุมพร ฝ่ายปกครองและตำรวจ
จากการสืบสวนข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน
มีการลักลอบตัดปาล์ม พบร่องรอยแผ้วถางและลักลอบตัดปาล์มมาก่อนหน้านี้นานแล้ว
โดยมีถนนเข้า-ออก สัญจรได้อย่างสะดวกรอบบริเวณที่มีการบุกรุกจริง
ซึ่งชุดจับกุมได้ไปตรวจสอบพื้นที่และพบกลุ่มบุคคลเข้าไปเก็บผลผลิตปาล์มน้ำมัน
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเดินทางเข้าไปพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณดังกล่าว
พบกลุ่มบุคคลกำลังร่วมกันตัดปาล์ม เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว
จึงได้เข้าควบคุมผู้กระทำผิด พร้อมของกลางและ
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) 10
จุด ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย และอยู่ในแปลงปลูกป่าฟื้นฟูของกรมป่าไม้ปี 2559
2560 จำนวน 3 แปลง คิดพื้นที่เสียหาย 193-0-29 ไร่
และเทียบเคียงลงพิกัดในภาพถ่ายดาวเทียม
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการตรวจ ยึด/จับกุม
พร้อมภาพถ่ายที่เกิดเหตุ มอบเรื่องราวให้นายวิชาญ ชูสงค์ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า
ส3 หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.9 (สามปาก)
นำเรื่องราวกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ภายหลังจากคณะผู้จับกุมได้นำผู้ต้องหา
พร้อมของกลางมายังที่ทำการหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ 9 (สามปาก) ตั้งอยู่ที่ 39
หมู่ที่ 1 ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เพื่อทำการตรวจสอบพิกัดแนวเขต
และสภาพพื้นที่ป่าที่เกิดเหตุ
จึงได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้นำเครื่องมือจับพิกัด (GPS) ที่มีความรู้ด้านการหาค่าพิกัดทางดาวเทียม
และมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าว พร้อมด้วยปลัดอำเภอท่าแซะ (ผู้แทนนายอำเภอท่าแซะ)
และคณะเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ชุด ฉก.โชคชัย สมาชิก อส. ที่ร่วมทำการจับกุม
พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร
ไปชี้แนวเขตและหาพิกัด (GPS) ตำแหน่งบริเวณพื้นที่เกิดเหตุให้ถูกต้องชัดเจนอีกครั้ง
เพื่อถ่ายภาพและบันทึกเหตุการณ์
จากการตรวจสอบพบป้ายและหลักเขตแสดงแปลงปลูกป่าในบริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 3
ป้าย โดยเขียนว่า “โครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่า ประจำปี 2559
หน่วยฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุยที่ 1 จังหวัดชุมพร เนื้อที่
150 ไร่ ท้องที่หมู่ที่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี)” และป้าย“โครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่า
ประจำปี 2560 จำนวน 2 ป้าย ข้อความเช่นเดียวกัน เนื้อที่ป้ายละ 150 ไร่
ท้องที่หมู่ที่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี)” และได้พบของกลางทลายปาล์ม
ที่แทงกองรวมกับพื้นที่ยังไม่ได้เก็บออกจากพื้นที่
และจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุ
ซึ่งพบปาล์มทลายที่ผู้ต้องหาตัดทิ้งไว้ยังไม่ได้เก็บขึ้นรถ
เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเก็บผลปาล์มดังกล่าวเพิ่มจำนวน 1 คัน น้ำหนัก 330
กิโลกรัม มีร่องรอยการแทงปาล์ม ตัดแต่งกิ่ง กองทางปาล์ม และรอยรถเข้า-ออก หลายสาย
ทุกแปลง รวมทั้งพบสภาพร่องรอยการบุกรุกแผ้วถางเป็นประจำ
เนื่องจากสภาพพื้นที่โล่งเตียนไม่มีลูกไม้ปาล์ม และไม้ป่าอื่นเกิดขึ้นใหม่เลย
จึงเชื่อได้ว่ามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตผลปาล์มในพื้นที่บริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง












โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้สัมปทานต่อ
เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ อันเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัดชุมพร
และไหลสู่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริอีกด้วย
ซึ่งมีจำนวนหลายหมื่นไร่มีการลักลอบตัดปาล์มน้ำมันทำให้ระบบนิเวศน์เสียหายและรัฐเสียผลประโยชน์เป็นจำนวนมากมาหลายปีนับตั้งแต่เอกชนไม่ได้รับอนุญาตให้สัมปทานตามระเบียบกฎหมาย สมควรที่จะต้องจัดระบบการดูแล
ปกป้องป่าไม้ดังกล่าวโดยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความยั่งยืนสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเข้มแข็งมีความต่อเนื่องเพื่อสร้างคุณค่าแก่ผืนป่าและแผ่นดินตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
อันเป็นการสนองพระราชดำริ ให้เป็นพื้นที่อย่างที่แบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลานต่อไป
ธนากร โกศลเมธี /ภาพ
ธิติมา โกศลเมธีรายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร 0623630027